วิธีเลือกบุหรี่ไฟฟ้า
1. คำว่า Kit หรือ Starter Kit คือ บุหรี่ไฟฟ้าแบบชุด ที่จะมีทุกอย่างมาให้ครบ พร้อมใช้โดยไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่มอีก ยกเว้นเมื่อ Cartridge กลิ่นหมด ก็ต้องซื้อ Cartridge ใหม่เติม หรือเติมน้ำยา e-liquid เพื่อยืดอายุ Cartridge ให้นำกลับมามีชีวิตใหม่ได้อีกหลายสิบชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องปกติของบุหรี่ไฟฟ้าทุกรุ่น ทั้งชุดจะประกอบไปด้วย:

e-Cigarette Mini103 Kit
-English Manual
คู่มือภาษาอังกฤษพร้อมภาพประกอบ
-Charger
ที่ชาร์ตที่จะต้องดูให้ดีว่าแบบประเภทไหนมีให้เลือก 3 แบบ: USB ที่ใช้เสียบกับคอมได้, Power Line ไฟบ้านทั่วไป และ Car สำหรับชาร์ตจากที่จุดบุหรี่ในรถยนต์ทั่วไป
-Battery
ถ้าพูดถึงถ่านที่มากับชุด Kit ไม่ใช่ชุดแบบกล่องบุหรี่เล็กอย่าง DSE084 ก็จะมีให้สองตัวไว้สำรองแน่นอน
-Atomizer
ตัวทำความร้อนนี้ ถ้ารุ่นใหญ่อย่าง 510, 109, 801, V8, V9 ส่วนใหญ่่จะให้มาสองตัว ยกเว้นรุ่นพวก Mini แบบกล่องกระดาษที่ขนาดพอๆ กับบุหรี่จริงอย่าง DSE084 จะให้มาตัวเดียวเท่านั้น
-Cartridge
นี้คือตรงส่วนก้นบุหรี่ (filter) ที่ต้องเปลี่ยมเมื่อกลิ่นหมด อย่าได้ดื้อดึงสูบต่อเลย เพราะมันจะสร้างควันจาก Filter แทนที่จะสร้างควันจาก Liquid และจะทำอันตรายต่อร่างกายได้
ในบุหรี่ไฟฟ้า 1 ชุดทั่วไปทุกชุด เราจะแถมให้ก่อน 5 ตัว (1 กล่อง) มูลค่าประมาณประมาณ 200 บาท
e-liquid เพื่อใช้เติม cartridge
Cartridge 1 ตัวนี้ ถ้าเป็นุร่นพวก Mini จะสูบได้ประมาณ 50-200 ที ฟืดๆๆๆ แล้วแต่รุ่นเล็กรุ่นใหญ่ด้วยนะครับ แต่ถ้าเป็นรุ่นประเภทยาว PenStyle อย่าง 903, 801, Vx ก็จะอยู่ที่ 150-300 ครั้งต่อ 1 Cartridge
แต่ถ้าจะนำมาใช้ใหม่ด้วยการเติมน้ำยา e-liquid ก็จะกลับมาใช้ใหม่ได้อีกหลายครั้ง แต่เมื่อไหร่ถ้ารู้สึกว่าหยดน้ำยาแล้วกลิ่นก็ไม่ออก แสดงว่าถึงเวลาเปลี่ยน Cartridge แล้ว ส่วนใหญ่ผมจะนำ Cartridge มาใช้ใหม่ด้วยการเติมน้ำยาเข้าไป แต่จะไม่ใช้มันเกิน 1 อาทิตย์
-E-Liquid
บุหรี่ไฟฟ้าจะปลอดภัยหรือทำอันตราย มันขึ้นอยู่กับร้านและระดับนนิโครตินของ E-liquid ที่คุณเลือก และอย่างที่บอกไปเมื่อกี้ว่ามันคือน้ำยาที่จะชุบชีวิตให้ Cartridge ที่แถมให้มาใหม่กลับมาสูบใหม่ได้อีกหลายครั้ง เมื่อซื้อ E-liquid คุณจะต้องระบุกับร้านสองเรื่องคือ
1. ระดับของนิโครติน
ระดับของนิโครตินนั้น ยิ่งมากยิ่งแสบคอ และยิ่งไม่ดีต่อสุขภาพหัวใจ แต่ถึีงไม่ดียังไงก็ยังดีกว่าสูบบุหรี่หลายร้อยเท่านะครับ
ทางร้านเราจะไม่มีระดับสูงกว่าที่เห็นด้านล่างขาย เพราะผมเองได้ลองมาหมดแล้ว บอกได้เลยว่า ระดับมากไปก็เท่านั้นเอง เพราะไม่ใช่ว่ายิ่งนิโครตินมากจะช่วยให้หายอยากบุหรี่ได้ต่างกันกับ LOW อย่างไรเลย และระดับ High ก็ทำให้ระคายคออีกด้วย ดังนั้น Low-Mid ก็พอแล้วครับ เพื่อสุขภาพของคุณเอง ระดับทั้งหมดที่เราขายคือ:
NO = ไม่มีนิโครตินเลย (0 Milligram )
LOW = ต่ำ ( 6 Milligram )
MID = ปานกลาง ( 11 Milligram )
2. รสชาติของ E-liquid
ถ้าคุณซื้อ E-liquid จากร้านที่ไม่ได้มาตราฐาน คุณจะพบว่าสูบกี่รสก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ บางครั้งยังทำให้ปวดหัวเล็กๆ ได้อีกด้วย แน่นอนว่าผมเองได้ลองมาหลายร้านกว่าจะเจอยี่ห้อที่ได้มาตราฐานที่เราได้ภูมิใจนำเสนอในร้าน ecigguy แห่งนี้ และรสชาติทั้งหมดที่เราภูมิใจนำเสนอเป็นอย่างมากก็คือ:
Flue cured tobacco, RY-4, Regular tobacco, French Pipe, Marlboro, Mild Seven, 555, Hilton, Cigar, Camel, Menthol, Vanilla, Cherry, Chocolate, Apple, Pineapple, Clove, Coconut, Caramel, Grape, Red bull, Cola, Strawberry, Coffee, Cream, Red tea, Peach, Tasteless, Healthcare, Whiskey
2. คำว่า Accessories ก็จะเป็นส่วนประกอบต่างๆ ที่ซื้อแยกได้ตามความจำเป็นของลูกค้า
ดังนั้นจำไว้ว่า เวลาเลือกก็คลิกที่ประเภทของบุหรี่ก่อนว่าจะเป็นแบบ ชุด Starter Kit หรือเป็นแบบ Accessories นะครับ
สุดท้าย จำไว้ว่า รุ่นไหนให้ควันได้มาก มันก็ย่อมจะเปลือง Cartridge เท่านั้น คุณอาจจะบอกว่าทำไมมันเรื่องเยอะวุ่นวายจัง ตอนนี้ก็จะคิดอย่างนี้แหละครับ แต่พอใช้ๆ ไปแล้ว ก็จะติดใจเหมือนคนได้แต่งบ้าน แต่งรถครับ และสุดท้ายจะเข้าใจนิสัยใจคอของแต่ละรุ่นเองครับ
3. อธิบายเรื่องการเลือกซื้อ Cartridge

Cartridge
Cartridge ทุกตัวจะมีระดับของนิโครตินไม่เหมือนกัน ซึ่งคุณจะได้ Cartridge ฟรี 5 ตัวเมื่อซื้อบุหรี่ไฟฟ้า 1 ชุดอยู่แล้ว
ใน Cartridge ที่แถมมาจะมีน้ำยาพร้อมสูบให้ ซึ่งจะเป็นระดับ LOW ให้เท่านั้น ถ้าคุณต้องการระดับอื่นๆ คุณสามารถเลือกซื้อ Cartridge ต่างหาก หรือซื้อน้ำยา e-liquid เติมได้ตามระดับและรสชาติที่ทางร้านเรามีให้เลือก ซึ่งจะมีระดับทั้งหมดดังนี้:
NO = ไม่มีนิโครตินเลย (0 Milligram )
LOW = ต่ำ ( 6 Milligram )
MID = ปานกลาง ( 11 Milligram )

