ประสบการณ์ครั้งแรกกับบุหรี่ไฟฟ้า
หลายครั้งเมื่อผมหยิบบุหรี่ไฟฟ้าขึ้นมาสูบให้เพื่อนฝูงหรือคนรู้จักเห็น ต่างก็ต้องทำหน้าฉงนว่ามันคืออะไรเหรอ ไหนดูสิ ไอ้บุหรี่ไฟฟ้าเนี่ย มันเอาไว้เป็นของเล่น หรือเอาไว้สูบจริงๆ กันแน่ หลายคนที่เห็นก็ต้องสงสัยไปตามๆ กัน จนกว่าจะได้ลองเองถึงได้เข้าใจว่า มันเอาไว้ช่วยลดความอยากบุหรี่ สำหรับคนที่อยากเลิกบุหรี่ได้จริง แถมไม่ทำอันตรายต่อคนรอบข้าง เพราะควันที่ออกมาเป็นแค่ไอน้ำ ที่ไม่มีกลิ่นเหม็น และไม่เป็นพิษเหมือนควันบุหรี่จริงๆ แต่สิ่งที่คนสูบจะได้ก็แค่นิโครตินที่ไม่เป็นอันตรายใดๆ ถ้าสูบในปริมาณที่บุหรี่ไฟฟ้าจำกัดให้สูบแต่ละครั้ง (ถ้าสูบเกินปริมาณมันจะมีไฟกระพริบเตือนให้หยุด)
ปัญหาของบุหรี่ไฟฟ้าส่วนใหญ่ที่ต้องพูดถึงกันเป็นอันดับแรกคือ ระดับความมากน้อยของควัน รุ่นเก่าๆ ที่ทำมาในยุคแรกๆ เช่น DSE101, 102 จะให้ควันที่เบาบาง ไม่กระแทกคอ หรือต้องสูบลากกันจนปากเบี้ยวกว่าจะได้ควันที่สะใจ ถ้าใครสูบบุหรี่จริง ก็คงรู้ว่า ควันที่กระแทกคอเป็นยังไง นั่นคือสิ่งที่บุหรี่ไฟฟ้าต่างพยายามพัฒนาทำให้เหมือนจริง ซึ่งก็ทำได้แล้วมากมายหลายรุ่น ดังนั้นเวลาเลือกซื้อในช่วงแรกๆ คงต้องลองผิดลองถูกกันไปเรื่อย กว่าจะพบรุ่นที่มีควันพอเหมาะถูกใจ
ครั้งแรกที่ผมสูบบุหรี่ไฟฟ้า ผมก็ไม่นึกว่ามันจะทำได้เหมือนจริงขนาดนี้ หยิบขึ้นมาสูบที่แรกไม่ค่อยชิน สูบกระชากๆ ควันจะไม่ออก จนมารู้ว่าต้องสูบเบาๆ และลากยาวซักหน่อย ควันก็ออกมาได้อย่างสะใจเลยทีเดียว แต่ตอนเริ่มก็จะเหมือนตอนหัดสูบบุหรี่ใหม่ๆ แต่พอสูบไปได้ 4-5 ครั้ง ก็จะชิน และรู้จังหวะในการสูบได้ไม่ยากเลย (ดูจากวีดีโอคงเห็นแล้วว่าสูบยังไง และมันเหมือนบุหรี่จริงแค่ไหน)
สมัยนี้จากที่บุหรี่ไฟฟ้าได้พัฒนามาถึงจุดที่เรียกได้ว่า ดีมาก จะเหลือแค่เรื่องของกลิ่น หรือ รสชาติ ที่อ่อนนุ่มหอมหวานที่เป็นสิ่งที่ทำให้บุหรี่ไฟฟ้าต่างจากบุหรี่จริงๆ และต้องทำความเคยชิน นอกนั้น ตอนนี้ผมว่าแทบจะไม่ต่างกันเลย ที่รสชาติมันเป็นอย่างนั้นก็เพราะบุหรี่ไฟฟ้าไม่มี Tar ไม่มีสารพิษต่างๆ ที่ทำให้อยากสูบมากขึ้น และทำอันตรายต่อร่างกายได้เท่าบุหรี่ เพราะแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่าสมัยนี้ไม่มีอะไรที่ขายได้ถูกกฏหมายที่เป็นอันตรายได้มากกว่าบุหรี่อีกแล้ว แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านยาในเมืองนอกก็ยังยอมรับ และแนะนำให้คนที่อยากเลิกบุหรี่หันมาสูบบุหรี่ไฟฟ้าแทนถึงแม้ในอเมริกาจะยังไม่ให้ขายตามร้านก็ตามที
ถ้าพูดกันเรื่องราคา เมื่อเปรียบเทียบกับบุหรี่จริงๆ บุหรี่ไฟฟ้าก็ประหยัดเงินกว่ามากๆ ซื้อชุดเดียว ครั้งเดียว ราคาไม่เกิน 2,000 บาท กับน้ำยา e-liquid มาเติมซักขวด ราคาไม่กี่ร้อย รับรองสูบได้เป็นเดือน ถ้าเป็นบุหรี่ก็คงหมดเป็น 4-5000 บาทกันอย่างแน่นอน ใครสูบบุหรี่จริงจัดหน่อย เดือนหนึ่งๆ ก็ต้องมี 2-3000 บาท ในขณะที่บุหรี่ไฟฟ้าอย่างมากก็แค่ซื้อ e-liquid มาเติมแค่ไม่กี่ร้อยบาท วันนี้คุยกันพอแค่นี้ก่อน คราวหน้าผมจะมาคุยถึงส่วนประกอบต่างๆ ของบุหรี่ไฟฟ้ากันบ้าง ใครมีคำถาม อะไรก็ถามได้เลยจากคอมเม้นด้านล่างครับ หรือถ้าสนใจซื้อ ก็ติดต่อมาโดยตรงที่เบอร์โทรจากหน้า Contact ได้เลยครับ ไม่ซื้อไม่ว่าคุยกันได้ครับ


เห็นแล้วอยากลองสูบบ้างเลยครับ ผมส่งรุ่นที่ต้องการซื้อไปทางอีเมลแล้วนะครับ ลดราคาให้อีกหน่อยนะครับ คนกันเอง (ใครหว่า)